Fast food addiction

เสพติดอาหาร Fast food

ธุรกิจอาหาร fast food เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอันแสนเร่งรีบ ซึ่งหลายๆ คนมักฝากท้องไว้กับอาหารเหล่านี้โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังเสพติดอาหารเหล่านี้อยู่ บวกกับราคาประหยัดเมื่อเทียบกับอาหารสุขภาพ (healthy food) ที่วางขายทั่วไป อาหาร fast food จึงเป็นทางเลือกของหลายๆ คน

สำหรับในประเทศไทยธุรกิจอาหารฟาสฟู๊ด ในปี 2558 เติบโตขึ้น 11.8 % มีมูลค่าทางการตลาด 117,946 ล้านบาท [1]

ย้อนไปดูทางฝั่งอเมริกาบ้าง เมนูยอดฮิตของ McDonald’s จากการวิเคราะห์ ใน What people buy from fast food restaurants โดย Dumanovsky et al.[2] พบว่าลูกค้ากว่า 70% ที่ซื้ออาหารจาก McDonald’s, Wendy’s and Burger King นั้นเลือกอาหารแบบจัดชุดสุดคุ้ม (combination or value meals)

โดยเมนูสุดฮิตจาก McDonald’s ประกอบด้วย Big Mac 1 ชิ้น French Fries ขนาดกลาง และเครื่องดื่มขนาดกลาง ให้พลังงาน 1,130 แคลอรี่ ราคา 5.99$ [3]

ลองมาดูสิว่าอาหาร fast food ชุดสุดคุ้มที่เป็นเมนูสุดโปรดของใครหลายคน มีสารอาหารและให้แคลอรี่ประมาณเท่าไหร่  โดยการศึกษาของ Garber AK. et al 2011 [4] ได้ยกตัวอย่าง ชุดบิ๊กแมค (Big Mac set) 1 set ประกอบด้วย Big Mac 1, Coke ขนาดใหญ่ 1 แก้ว และเฟร้นฟรายด์ขนาดใหญ่ 1 ชุด

 

source [4]

ชุดบิ๊กแมค (Big Mac set) 1 set ประกอบด้วย Big Mac 1, Coke ขนาดใหญ่ 1 แก้ว และเฟร้นฟรายด์ขนาดใหญ่ 1 ชุด  [4] จากตารางสารอาหารเห็นว่าอาหารชุดนี้ให้พลังงาน 1,360 แคลอรี่ มีปริมาณโซเดียม (เกลือ) ถึง 1,380 mg คิดเป็นร้อยละ 58 ของสารอาหารทั้งหมด มีไขมัน 58 กรัม (89%) มีน้ำตาล 95 กรัมหรือประมาณ 19 ช้อนชา (ให้พลังงาน 390 แคลอรี่) ซึ่งสูงกว่าปริมาณที่สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา (American Heart Association) แนะนำถึงสองเท่า

 

ส่วนประกอบในอาหารตัวไหนบ้างที่ทำให้เราเสพติด Fast food

1.น้ำตาล (Sugar)

จากปริมาณน้ำตาลในฉลาก (รูปด้านบน) นั้นมีปริมาณสูงกว่าปริมาณที่แนะนำต่อวัน โดย 71%ของเครื่องดื่มใน McDonald’s เป็นเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาล

 

ในการศึกษาของ Wiecha, J.L., et al 2006 พบว่าคนที่กินอาหาร fast food  4 ครั้งหรือมากกว่า 4 ครั้งต่อสัปดาห์ จะดื่มน้ำอัดลมถึง 12.88 กระป๋อง เมื่อเทียบกับคนที่กินอาหาร fast food 1 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือนานๆ กินที จะดื่มน้ำอัดลมเพียง 1 กระป๋องเท่านั้น [5]

 

ยิ่งกินอาหาร fast food บ่อย ยิ่งทำให้บริโภคน้ำอัดลมเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

 

  • การศึกษาในหนูทดลองพบว่าหนูที่ได้รับน้ำตาลแล้วให้หยุดกินเป็นช่วงหรือกินในระยะเวลาที่จำกัดแล้วหยุดกิน (intermittent fasting) เมื่อถึงระยะเวลาที่กินได้ หนูทดลองจะกินน้ำตาลมากขึ้นหลายเท่าตัว (binge) [6-9] นอกจากนี้ หนูทดลองยังแสดงอาการถอนน้ำตาล เนื่องจากขาดน้ำตาล (withdrawal syndrome) อาทิ มีอาการสั่น (tremors)  [9] งุ่นง่าน เดินหาน้ำตาล อีกทั้งมีระดับโดพามีน (dopamine) สูงขึ้น อีกด้วย  [10]
  • การศึกษาวิจัยในคนที่ระบุว่าตัวเองเสพติดอาหาร (self-identified) เมื่องดอาหารนั้นจะมีอาการถอนยา  อาทิ ตัวสั่น รู้สึกไม่สบาย กังวล ซึมเศร้า เป็นต้น [11] [12]

 

2. ไขมัน (Fat)

อาหาร fast food ส่วนใหญ่จะอุดมด้วยไขมัน โดยจากตารางสารอาหารด้านบน แสดงให้เห็นว่า อาหาร fast food มีไขมันถึง 89% ของพลังงานที่ได้รับต่อวัน (สำหรับคนที่ต้องการพลังงาน 2,000 แคลอรี่ต่อวัน)

โดยการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า การได้รับพลังงานในแต่ละวันเกินจากความต้องการของร่างกาย หากปริมาณพลังงานที่เกินนั้น มาจากการไขมันในปริมาณมากเกินความจำเป็น ร่างกายจะเก็บสะสมเป็นไขมันได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับการได้รับพลังงานเกินจากการบริโภคคาร์โบไฮเดรต [13] ทำให้เราเชื่อกันมาตลอดว่า การกินอาหารที่มีไขมันทำให้อ้วนนั่นเอง

 

  • การศึกษาในหนูทดลอง พบว่าหนูจะกินไขมันมากขึ้น (กินไขมันเพียวๆ) หลังจากให้อดอาหารหรือกินเป็นช่วงเวลา intermittent fasting [14, 15]
  • การศึกษาในคน Blundell et al [16] พบว่ากลุ่มตัวอย่างที่มี “high-fat phenotype” จะมีลักษณะพฤติกรรมชอบกินอาหารที่อุดมด้วยไขมัน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคอ้วน

ทั้งนี้ อาหารที่อุดมด้วยไขมันนั้นมักจะมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูงด้วย อาทิ พิซซ่า คุ๊กกี้ เบเกอรี่ต่างๆ

ซึ่ง Drewnowski A พบว่าการเพิ่มปริมาณน้ำตาลเข้าไปในอาหารที่อุดมด้วยไขมันนั้น ทำให้กลุ่มตัวอย่างมีความชอบอาหารชนิดนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ [17]

 

3. คาเฟอีน (Caffeine)

ดังตัวอย่าง อาหาร fast food (รูปด้านบน) ที่จัดชุดสุดคุ้มหรือโปรโมชั่นต่างๆ นั้นมักมีน้ำอัดลมรวมอยู่ใน set ด้วย ซึ่งน้ำอัดลมนอกจากจะมีปริมาณน้ำตาลที่สูงแล้วมักจะผสมคาเฟอีนประมาณ 50 mg [18]

มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างเสพติดคาเฟอีนไม่ว่าจะเป็นเด็ก[19]  วัยรุ่น [20] หรือวัยผู้ใหญ่ [21] กล่าวคือจะมีอาการเหมือนถอนยา (withdrawal syndrome) อาทิ ปวดศรีษะ วิตกกังวล เมื่องดกาแฟหรือไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

 

4.เกลือ (Salt)

จากตัวอย่าง อาหาร fast food ดังรูปด้านบน มีปริมาณโซเดียมถึง 1,380 mg หรือ 54% ของปริมาณที่ต้องได้รับต่อวัน (เทียบกับคำแนะนำ Dietary guidelines for Americans 2015 ที่ต้องได้รับโซเดียม 2,300 mg/day  [22])

 

  • การศึกษาในหนูทดลองนั้น แสดงให้เห็นว่า หนูที่ได้รับเกลือทุกวัน จะกระตุ้น u-opioid receptor ทำให้ต้องการกินเกลือมากขึ้น และเมื่อจำกัดช่วงเวลาการกินเกลือ หรือ intermittent fasting เมื่อกลับมากินจะกินเกลือมากกว่าเดิม [23-25] และเมื่องดให้เกลือจะมีอาการถอนยา (withdrawal syndrome) [26] คล้ายกับกรณีที่ศึกษาหนูทดลองกับการเสพติดน้ำตาล

เหมือนเราเมื่อบริโภคอาหารทีมีเกลือหรือเค็มทุกๆ วัน  เราจะเคยชินกับความเค็มระดับนั้นและรู้สึกว่าถ้าอาหารไม่เค็มหรือจืดจะไม่อร่อยและกินได้น้อย

 

นอกจากนี้เมื่อเราบริโภคอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูง (เค็ม) เราก็จะดื่มน้ำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำอัดลม เคยรู้สึกไหม เวลากินพิซซ่า, KFC, อาหาร fast food ต่างๆ แล้ว เมื่อกินน้ำอัดลม เราจะรู้สึก happy มีความสุข และรู้สึกว่ามันเข้ากันอย่างลงตัว

 

จากการศึกษาดังกล่าวข้างต้นเห็นว่า ถ้าเรากินอาหาร fast food ในชุดสุดคุ้ม หรือชุดใหญ่นั้น นอกจากจะได้รับพลังงานเกินความต้องการในแต่ละวันแล้ว ยังทำให้เราเสพติดอาหาร fast food ที่อุดมด้วย น้ำตาล ไขมัน เกลือ อย่างไม่รู้ตัวอีกด้วย

 

นอกจากส่วนผสมในอาหาร fast food ที่ทำให้เราเสพติดแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกอาทิ

  • โฆษณา โดยเด็กๆ จะเลือกกินอาหารที่เห็นจาก TV และเด็กที่ดู TV บ่อยๆ หรือใข้เวลาในการดู TV มากนั้นจะกินอาหาร fast food มากขึ้นตามไปด้วย [27-29]
  • การจัดร้านอาหาร โดยส่วนใหญ่หลายครอบครัวมักจะให้รางวัลตนเองกับสมาชิกในครอบครัวหรือเลี้ยงสังสรรในร้านอาหาร fast food ซึ่งงานวิจัยระบุว่าเด็กๆ มักจะกินอาหารตามที่พ่อแม่เลือก รวมถึงเด็กๆ อยากกินอาหาร fast food ในภัตตาคารที่จัดพื้นที่เล่นหรือเครื่องเล่นสำหรับเด็ก [30, 31]
  • เมนู ร้านอาหาร fast food มักจะจัดเมนูสุดคุ้ม เมนูสำหรับครอบครัวในราคาสุดประหยัด
  • บรรจุภัณฑ์ ขนาดของอาหารในเซ็ต โดยร้านค้ามักจะใช้กลยุทธ์ให้ลูกค้าเพิ่มเงินอีกเล็กน้อย แลกกับปริมาณอาหารที่เพิ่มขึ้นประมาณ 30% (เราก็รู้สึกว่าคุ้มยอมจ่ายเพิ่มอีกเล็กน้อยเพื่อให้ได้ขนาดใหญ่ขึ้น) [32] ทำให้เราบริโภคอาหารเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

 

 

จากผลการศึกษาข้างต้น ลองดูสิว่าเราเสพติดอาหาร fast food กันหรือไม่ และปัจจัยแวดล้อมอาทิ โฆษณา ลด แลกแจกแถม โปรโมชั่นต่างๆ ทำให้เราตัดสินใจสั่งอาหาร fast food มากิน หรือพาครอบครัวไปสังสรรวันหยุดสุดสัปดาห์ในร้าน fast food กันอยู่หรือเปล่า

 

 

ลองปรับเปลี่ยนพาครอบครัวไปกินอาหารวันหยุดหรือสังสรรกับเพื่อนฝูงในร้านอาหารสุขภาพก็เป็นทางเลือกทีดีไม่น้อย ….แม้ว่าร้านอาหารสุขภาพอาจจะมีราคาสูงกว่าอาหาร fast food แต่ว่าในระยะยาวแล้ว ก็ช่วยเราประหยัดค่ารักษาพยาบาลในอนาคตได้มากโขเลยทีเดียว

 

 

References

  1. ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร. ส่วนแบ่งตลาดธุรกิจอาหารฟาสต์ฟู้ดส์ 2558. 2559; Available from: http://fic.nfi.or.th/MarketOverviewDomesticDetail.php?id=123.
  2. Dumanovsky, T., et al., What people buy from fast-food restaurants: caloric content and menu item selection, New York City 2007. Obesity (Silver Spring), 2009. 17(7): p. 1369-74.
  3. Harris, W. 10 Most Popular McDonald’s Menu Items of All Time 2009; Available from: http://money.howstuffworks.com/10-popular-mcdonalds-menuitems.htm.
  4. Garber, A.K. and Lustig, R.H. Is fast food addictive? Curr Drug Abuse Rev, 2011. 4(3): p. 146-62.
  5. Wiecha, J.L., et al., School vending machine use and fast-food restaurant use are associated with sugar-sweetened beverage intake in youth. J Am Diet Assoc, 2006. 106(10): p. 1624-30.
  6. Colantuoni, C., et al., Evidence that intermittent, excessive sugar intake causes endogenous opioid dependence. Obes Res, 2002. 10(6): p. 478-88.
  7. Colantuoni, C., et al., Excessive sugar intake alters binding to dopamine and mu-opioid receptors in the brain. Neuroreport, 2001. 12(16): p. 3549-52.
  8. Avena, N.M., et al., Sugar-dependent rats show enhanced intake of unsweetened ethanol. Alcohol, 2004. 34(2-3): p. 203-9.
  9. Avena, N.M., Long, K.A., and Hoebel, B.G. Sugar-dependent rats show enhanced responding for sugar after abstinence: evidence of a sugar deprivation effect. Physiol Behav, 2005. 84(3): p. 359-62.
  10. Roitman, M.F., et al., Dopamine operates as a subsecond modulator of food seeking. J Neurosci, 2004. 24(6): p. 1265-71.
  11. Wiss, D.A., Avena, N., and Rada, P. Sugar Addiction: From Evolution to Revolution. Frontiers in psychiatry, 2018. 9: p. 545-545.
  12. Ifland, J.R., et al., Refined food addiction: a classic substance use disorder. Med Hypotheses, 2009. 72(5): p. 518-26.
  13. Horton, T.J., et al., Fat and carbohydrate overfeeding in humans: different effects on energy storage. Am J Clin Nutr, 1995. 62(1): p. 19-29.
  14. Corwin, R.L., et al., Limited access to a dietary fat option affects ingestive behavior but not body composition in male rats. Physiol Behav, 1998. 65(3): p. 545-53.
  15. Wojnicki, F.H., Charny, G.,and Corwin, R.L. Binge-type behavior in rats consuming trans-fat-free shortening. Physiol Behav, 2008. 94(4): p. 627-9.
  16. Blundell, J.E., et al., Resistance and susceptibility to weight gain: individual variability in response to a high-fat diet. Physiol Behav, 2005. 86(5): p. 614-22.
  17. Drewnowski, A. and Greenwood, M.R. Cream and sugar: human preferences for high-fat foods. Physiol Behav, 1983. 30(4): p. 629-33.
  18. Thomas, R.G. and Gebhardt, S.E. NUTRITIVE VALUE OF FOODS: A REVISED USDA CONSUMER PUBLICATION. 2002 [cited 2018 December 24]; Available from: https://www.ars.usda.gov/ARSUserFiles/80400525/Articles/ada2002_hg72.pdf.
  19. Bernstein, G.A., et al., Caffeine withdrawal in normal school-age children. J Am Acad Child Adolesc Psychiatry, 1998. 37(8): p. 858-65.
  20. Bernstein, G.A., et al., Caffeine dependence in teenagers. Drug Alcohol Depend, 2002. 66(1): p. 1-6.
  21. Couturier, E.G., et al., Influence of caffeine and caffeine withdrawal on headache and cerebral blood flow velocities. Cephalalgia, 1997. 17(3): p. 188-90.
  22. U.S. Department of Health and Human Services and U.S. Department of Agriculture. 2015–2020 Dietary Guidelines for Americans. 8th Edition. December 2015. Available at http://health.gov/dietaryguidelines/2015/guidelines/.
  23. Voorhies, A.C. and Bernstein, I.L. Induction and expression of salt appetite: effects on Fos expression in nucleus accumbens. Behav Brain Res, 2006. 172(1): p. 90-6.
  24. Zhang, M. and Kelley, A.E. Intake of saccharin, salt, and ethanol solutions is increased by infusion of a mu opioid agonist into the nucleus accumbens. Psychopharmacology (Berl), 2002. 159(4): p. 415-23.
  25. Kelley, A.E., et al., Opioid modulation of taste hedonics within the ventral striatum. Physiol Behav, 2002. 76(3): p. 365-77.
  26. Cocores, J.A. and Gold, M.S. The Salted Food Addiction Hypothesis may explain overeating and the obesity epidemic. Med Hypotheses, 2009. 73(6): p. 892-9.
  27. Halford, J.C., et al., Beyond-brand effect of television (TV) food advertisements/commercials on caloric intake and food choice of 5-7-year-old children. Appetite, 2007. 49(1): p. 263-7.
  28. Wiecha, J.L., et al., When children eat what they watch: impact of television viewing on dietary intake in youth. Arch Pediatr Adolesc Med, 2006. 160(4): p. 436-42.
  29. Jeffery, R.W. and French, S.A. Epidemic obesity in the United States: are fast foods and television viewing contributing? American journal of public health, 1998. 88(2): p. 277-280.
  30. Koivisto, U.K., Fellenius, J.,and Sjoden, P.O. Relations between parental mealtime practices and children’s food intake. Appetite, 1994. 22(3): p. 245-57.
  31. Birch, L.L., Zimmerman, S.I.,and Hind, H. The Influence of Social-Affective Context on the Formation of Children’s Food Preferences. Child Development, 1980. 51(3): p. 856-861.
  32. O’Dougherty, M., et al., Nutrition labeling and value size pricing at fast-food restaurants: a consumer perspective. Am J Health Promot, 2006. 20(4): p. 247-50.

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published.

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">HTML</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>