ไขมันอิ่มตัวไม่ได้สัมพันธ์กับการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

 Some Evidences: Saturated Fat not linked to Cardiovascular Disease

 

สมมติฐานเรื่องไขมันอิ่มตัวกับการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด cardiovascular disease  (CVD) นั้น นับว่าเป็นสมมติฐานที่ได้รับการศึกษามากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้  ซึ่งที่ผ่านมาผลการศึกษาหลายชิ้นระบุไปในทางเดียวกันว่า การกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลจากสัตว์มากนั้นไม่ได้ทำให้เป็นโรคหัวใจ และการกินอาหารไขมันสูงก็ไม่ได้ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงด้วยเช่นกัน โดย admin นำผลการศึกษาเด่นๆ จากอดีตถึงปัจจุบัน มาสรุปคร่าวๆ ดังนี้

  • ปี 1961 Edwards H. Ahrens, JR. และคณะ [1] ได้ศึกษาวิจัยโดยให้กลุ่มตัวอย่างได้รับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง (high-carbohydrate feeding) และอีกอาหารที่มีไขมันสูง (high-fat feeding) โดยให้คนละช่วงเวลา แล้วเช้าอีกวันก็เจาะเลือดดูพลาสม่า (plasma) หลอดซ้ายมือ ซึ่งได้รับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดตรสูงนั้นเกิดพลาสม่าขุ่นจากไขมัน (lipemic plasma) มีลักษณะขุ่นขาวและทึบแสงคล้ายนม ขณะที่หลอดขวามือ ซึ่งได้รับอาหารที่มีไขมันสูงนั้น กลับไม่มีลักษณะพลาสม่าขุ่นจากไขมัน กล่าวคือ ใสกว่านั่นเอง ซึ่ง Dr. Ahrens ได้สรุปผลการศึกษา ว่า คาร์โบไฮเดรตเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดพลาสม่าขุ่นขาวจากไขมัน

 

 

 

  • ปี 1967 SL Malhotra เผยแพร่ผลการศึกษาใน the British Heart Journal โดยศึกษาพนักงานรถไฟในรัฐ Panjab ทางเหนือของอินเดียและที่อยู่ในรัฐ Madras ตอนใต้ของอินเดีย พบว่า พนักงาน รถไฟ Panjab ที่อยู่ทางเหนือนั้น กินเนื้อสัตว์มากกว่าพนักงานรถไฟทางตอนใต้ถึง 17 เท่า สูบบุหรี่มากกว่า 8 เท่า แต่ทว่าพนักงานรถไฟ Panjab ทางตอนเหนือนั้น อายุยืนกว่าพนักงานทางตอนใต้ และพบว่าเกิดโรคหัวใจน้อยกว่าถึง 7 เท่า [2]

 

 

  • ปี 1972 Geoge V. Mann นักชีวเคมีจากมหาวิทยาลัย Vanderbilt เผยแพร่ผลการศึกษาที่เดินทางไปศึกษาชนพื้นเมือง Masai ในอัฟริกา ซี่งชนพื้นเมืองเหล่านั้นมีอาชีพหลักคือเลี้ยงสัตว์ ดังนั้นอาหารที่กินทุกวันจึงมาจากเนื้อสัตว์ อาทิ นม เลือด เป็นต้น แต่ทว่าคนพื้นเมืองเหล่านั้นมีอัตราการเกิดโรคหัวใจน้อยมาก มีระดับคอเลสเตอรอลต่ำกว่าชาวอเมริกันกว่าครึ่งหนี่ง [3]

read click here

 

 

  • ปี 1987 การศึกษาที่น่าสนใจและถูกอ้างอิงเยอะการศึกษาหนึ่งคือ The Framingham study [4] ซึ่งเริ่มศึกษาตั้งแต่ปี 1948 ได้ศึกษาถึงปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โดยเป็นการศึกษาแบบเฝ้าติดตาม 16 ปี พบว่า คนไข้ที่มีอาการเจ็บหน้ากับคนที่ไม่มีอาการเจ็บหน้าอกนั้น มีระดับคอเลสเตอรอลไม่ต่างกัน  ต่อมาอีก 30 ปี หลังจากรายงานผลครั้งแรก พบว่าคนที่เสียชีวิตนั้นมีทั้งระดับคอเลสเตอรอลต่ำและระดั คอเลสเตอรอลสูง โดยคนไข้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกครึ่งหนี่งนั้นมีระดับคอเลสเตอรอลต่ำกว่าเกณฑ์ (น้อยกว่า 220 mg/dL) โดยคนไข้ชายที่มีอายุระหว่าง 48-57 ปี ที่มีระดับคอเลสเตอรอล 183-222 mg/dL นั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิด heart attack สูงกว่าคนไข้ที่มีระดับคอเลสเตอรอล 222-261 mg/dL (หรือกล่าวคือคนไข้ที่มีคอเลสเตอรอลต่ำ กลับมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจมากกว่าคนที่มีคอเลสเตอรอลในเลือดสูงกว่า) นอกจากนี้ยังพบว่า total cholesterol นั้นไม่สามารถใช้เป็นปัจจัยทำนายการเกิดโรค CVD ดังเช่นที่เคยเชื่อในอดีต นักวิจัยให้ข้อสังเกตว่า การลดลงของคอเลสเตอรอลทุกๆ 1 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตรจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และอัตราเสียขีวิตมากถึงขึ้นถึง 11%

 

  • ปี 1999 Alessandro Menotti กลับไปทบทวนข้อมูลการศึกษาเมื่อ 25 ปีที่แล้ว ที่ศึกษาใน 12,770 ราย และพบความจริงที่น่าสนใจ ปัจจัยที่สัมพันธ์กับ coronary mortality คือ น้ำตาล ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิสหสัมพันธ์ กับการเกิด coronary ถึง 0.821 ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ อาทิ เนย เนื้อ ไข่ น้ำมันหมู นม ชีส นั้น มีค่า ค่าสัมประสิทธิสหสัมพันธ์ (correlation coefficient) 0.798  [5]

 

  • ปี 2006 การศึกษา Randomized Controlled Trial ในกลุ่มตัวอย่างผู้หญิง 48,835 คน อายุระหว่าง 50-79 ปี โดยเริ่มเก็บตัวอย่างในปี 1993 และ 1998 จากหน่วยอนามัย 40 แห่ง และแบ่งเป็นสองกลุ่มโดยวิธีการสุ่ม กลุ่มหนึ่งลดการกินไขมัน (low-fat diet) เหลือ 20% ของแคลอรี่ต่อวัน เพิ่มการกินผัก ผลไม้ 5 ถ้วยต่อวัน และธัญพืช 6 ถ้วยต่อวัน ส่วนกลุ่มเปรียบเทียบให้กินอาหารปกติ ซึ่งพบว่า การลดการกินอาหารไขมันอิ่มตัวสูงและเพิ่มการกินผัก ผลไม้ ธัญพืชแทนนั้น ไม่ได้ลดความเสี่ยงในการเกิด cardiovascular disease, stroke [6]

 

 

  • ปี 2009 Jakobsen และคณะ ได้ทบทวนงานวิจัย 11 ฉบับ คนไข้ 344,696 ราย และติดตามเป็นระยะเวลา 4-10 ปี พบว่าการกินอาหารไขมันอิ่มตัวสูงไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจ [7]

 

  • ปี 2010 Siri-Tarino และคณะ ได้ทำการทบทวนงานวิจัย 21 ฉบับ ในกลุ่มตัวอย่าง 347,747 ราย ติดตามไป 5-23 ปี ซึ่งในระหว่างการศึกษามี 11,006 รายที่มี heart attack และ stroke ผลการทบทวนการศึกษาดังกล่าวพบว่า การกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงนั้นไม่สัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจ  [8]

 

 

  • ปี 2016 ผลการศึกษาของ Praagman J และคณะ ในกลุ่มตัวอย่างชาวดัทซ์  35,597 คน เป็นการศึกษาแบบเฝ้าติดตามผลระยะเวลา 12 ปี พบว่า การรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic heart disease, IHD) [9]

 

 

โดยสรุปจากผลการศึกษาด้านบนนี้ การกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลจากสัตว์มากนั้นไม่ได้ทำให้เป็นโรคหัวใจหรือ cardiovascular disease และการกินอาหารไขมันสูงก็ไม่ได้ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงด้วยเช่นกัน

 

 

รู้อย่างนี้แล้ว ก็เลิกกลัวไขมันอิ่มตัวได้แล้ว กินหนังไก่ทอด หมูสามชั้นกรอบ ขาหมู ได้อย่างสบายใจ แต่ต้องกินในปริมาณที่พอเหมาะไม่มากเกินไป และกินอาหารให้หลากหลายให้ได้สารอาหารครบจะช่วยให้สุขภาพดี

 

อ้าว ถ้าคอเลสเตอรอลไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แล้วคอเลสเตอรอลคืออะไร ทำหน้าที่อะไร อ่านบทความได้ตอนต่อไป ^_^

 

 

 

 

Reference

  1. Ahrens, E.H., Jr., et al., Carbohydrate-induced and fat-induced lipemia. Trans Assoc Am Physicians, 1961. 74: p. 134-46.
  2. Malhotra, S.L., Epidemiology of ischaemic heart disease in India with special reference to causation. British heart journal, 1967. 29(6): p. 895-905.
  3. Mann, G.V., et al., Atherosclerosis in the Masai. Am J Epidemiol, 1972. 95(1): p. 26-37.
  4. Anderson, K.M., W.P. Castelli, and D. Levy, Cholesterol and mortality. 30 years of follow-up from the Framingham study. Jama, 1987. 257(16): p. 2176-80.
  5. Menotti, A., et al., Food intake patterns and 25-year mortality from coronary heart disease: Cross-cultural correlations in the Seven Countries Study. Eur J Epidemiol 1999. 15: p. 507.
  6. Howard, B.V., et al., Low-fat dietary pattern and risk of cardiovascular disease: The women's health initiative randomized controlled dietary modification trial. JAMA, 2006. 295(6): p. 655-666.
  7. Jakobsen, M.U., et al., Major types of dietary fat and risk of coronary heart disease: a pooled analysis of 11 cohort studies. Am J Clin Nutr, 2009. 89(5): p. 1425-32.
  8. Siri-Tarino, P.W., et al., Meta-analysis of prospective cohort studies evaluating the association of saturated fat with cardiovascular disease. Am J Clin Nutr, 2010. 91(3): p. 535-46.
  9. Praagman, J., et al., The association between dietary saturated fatty acids and ischemic heart disease depends on the type and source of fatty acid in the European Prospective Investigation into Cancer and Nutrition-Netherlands cohort. Am J Clin Nutr, 2016. 103(2): p. 356-65.

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published.

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">HTML</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>