ชื่อต่างๆของน้ำตาลในอาหารแปรรูป

Various names for Sugar Added to Processed Foods

56 ชื่อของน้ำตาลที่เติมในการผลิตอาหาร

 

อุบัติการณ์โรคอ้วนและเบาหวานนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา โดยปี 1980 มีประชากรที่เป็นโรคเบาหวานทั่วโลกประมาณ 153 ล้านคนและเพิ่มขึ้นเป็น 347 ล้านคนในปี 2008 [1] ซึ่งประมาณการณ์ว่าขณะนี้ ราว 6.4% ของประชากรทั่วโลกป่วยด้วยโรคเบาหวาน และคาดการณ์ว่า ในปี 2030 จะมีประชากรที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นเป็น 7.7% [2] นับได้ว่าเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับต้นๆ เลยทีเดียว แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอุบัติการณ์โรคอ้วนและเบาหวานประเภทที่สองนี้เป็นผลจากการบริโภคอาหารซึ่งได้รับอิทธิพลจากอาหารตะวันตก (western food) ซึ่งได้รับความนิยมแพร่หลาย โดยอาหารประเภทนี้อุดมด้วยคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสี (refined carbohydrate) และน้ำตาลที่เติมเข้าไปในกระบวนการผลิตอาหาร (added sugar)  [3]

งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าการบริโภคคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีและน้ำตาลที่เพิ่มเข้าไปในกระบวนการผลิตต (added sugar) ที่มากเกินความจำเป็นของร่างกายนั้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน [4-7] เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ cardiovascular disease (CVD) [8], dyslipidemia [7, 9, 10], ความดันโลหิตสูง [7, 11, 12], โรคเบาหวาน [13-15], ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (non-alcoholic fatty liver disease) [16, 17] , สมองเสื่อมถอยลง (cognitive decline) [18] และมะเร็ง [19, 20]

มีเหตุผลมากมายที่บริษัทผู้ผลิตอาหารยกมาเป็นข้ออ้างในการเติมน้ำตาล (added sugar) เข้าไปในอาหาร อาทิ น้ำตาลคือแหล่งพลังงาน น้ำตาลช่วยให้รูปลักษณ์อาหารน่ารับประทาน น้ำตาลทำให้อาหารมีรสกลมกล่อม แต่ทว่าการเติมน้ำตาลโดยเฉพาะ fructose หรือ High Fructose Corn Syrup (HFCS) เข้าไปนั้นกลับส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้บริโภค  โดยข้อโต้แย้งในอดีตที่บริษัทผลิตอาหารมักใช้คือ ไม่สามารถเปิดเผยปริมาณ น้ำตาลที่เติมเข้าไปในกระบวนการผลิต (added sugar) ด้วยเหตุผลว่าหากเปิดเผยแล้ว บริษัทคู่แข่งจะสามารถผลิตอาหารดังกล่าวออกมาได้เช่นกัน ดังนั้นฉลากอาหารที่แสดงข้างบรรจุภัณฑ์ในอดีตจึงไม่มีรายละเอียดของน้ำตาลที่เติมเข้าไป (added sugar)

โชคดีที่ปัจจุบัน กฎหมายใหม่ออกมาให้บริษัทผลิตอาหารปรับปรุงฉลากอาหาร (food label) และเปิดเผยปริมาณน้ำตาลที่เติมเข้าไปในกระบวนการผลิตด้วย

แต่กระนั้น บริษัทผู้ผลิตก็ยังพลิกแพลงแสดงปริมาณน้ำตาลในชื่อต่างๆ ที่ทำให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิด คิดว่าอาหารดังกล่าว ไม่มีน้ำตาล โดยชื่อของน้ำตาลที่เติมในกระบวนการผลิตอาหารมีหลากหลายชื่อดังตาราง

 

จากตาราง จะเห็นว่าน้ำตาลมีหลากหลายชื่อมาก บางชื่อเราก็คุ้นเคยกันดี แต่หลายๆ ชื่อ หากไม่บอก ก็คงไม่รู้คือว่าน้ำตาล

 

รู้อย่างนี้แล้ว อ่านฉลากอาหาร ให้ละเอียด เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อมาบริโภค ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยลดการบริโภคน้ำตาลได้

 

 

Reference

  1. Danaei, G., et al., National, regional, and global trends in fasting plasma glucose and diabetes prevalence since 1980: systematic analysis of health examination surveys and epidemiological studies with 370 country-years and 2.7 million participants. Lancet, 2011. 378(9785): p. 31-40.
  2. Shaw, J.E., R.A. Sicree, and P.Z. Zimmet, Global estimates of the prevalence of diabetes for 2010 and 2030. Diabetes Res Clin Pract, 2010. 87(1): p. 4-14.
  3. Popkin, B.M. and P. Gordon-Larsen, The nutrition transition: worldwide obesity dynamics and their determinants. Int J Obes Relat Metab Disord, 2004. 28 Suppl 3: p. S2-9.
  4. Olsen, N.J. and B.L. Heitmann, Intake of calorically sweetened beverages and obesity. Obes Rev, 2009. 10(1): p. 68-75.
  5. Malik, V.S., M.B. Schulze, and F.B. Hu, Intake of sugar-sweetened beverages and weight gain: a systematic review. Am J Clin Nutr, 2006. 84(2): p. 274-88.
  6. Malik, V.S., et al., Sugar-sweetened beverages, obesity, type 2 diabetes mellitus, and cardiovascular disease risk. Circulation, 2010. 121(11): p. 1356-1364.
  7. Tappy, L. and K.A. Le, Metabolic effects of fructose and the worldwide increase in obesity. Physiol Rev, 2010. 90(1): p. 23-46.
  8. Bray, G.A., Fructose and risk of cardiometabolic disease. Curr Atheroscler Rep, 2012. 14(6): p. 570-8.
  9. Bray, G.A. and B.M. Popkin, Calorie-sweetened beverages and fructose: what have we learned 10 years later. Pediatr Obes, 2013. 8(4): p. 242-8.
  10. Marckmann, P., Dietary treatment of thrombogenic disorders related to the metabolic syndrome. Br J Nutr, 2000. 83 Suppl 1: p. S121-6.
  11. Feig, D.I., B. Soletsky, and R.J. Johnson, Effect of allopurinol on blood pressure of adolescents with newly diagnosed essential hypertension: a randomized trial. Jama, 2008. 300(8): p. 924-32.
  12. Nguyen, S., et al., Sugar-sweetened beverages, serum uric acid, and blood pressure in adolescents. The Journal of pediatrics, 2009. 154(6): p. 807-813.
  13. Basu, S., et al., The Relationship of Sugar to Population-Level Diabetes Prevalence: An Econometric Analysis of Repeated Cross-Sectional Data. PLOS ONE, 2013. 8(2): p. e57873.
  14. Goran, M.I., S.J. Ulijaszek, and E.E. Ventura, High fructose corn syrup and diabetes prevalence: a global perspective. Glob Public Health, 2013. 8(1): p. 55-64.
  15. Bantle, J.P., Dietary fructose and metabolic syndrome and diabetes. The Journal of nutrition, 2009. 139(6): p. 1263S-1268S.
  16. Jensen, T., et al., Fructose and sugar: A major mediator of non-alcoholic fatty liver disease. Journal of hepatology, 2018. 68(5): p. 1063-1075.
  17. Clark, J.M., The epidemiology of nonalcoholic fatty liver disease in adults. J Clin Gastroenterol, 2006. 40 Suppl 1: p. S5-10.
  18. Stephan, B.C., et al., Increased fructose intake as a risk factor for dementia. J Gerontol A Biol Sci Med Sci, 2010. 65(8): p. 809-14.
  19. Aranceta Bartrina, J. and C. Perez Rodrigo, [Association between sucrose intake and cancer: a review of the evidence]. Nutr Hosp, 2013. 28 Suppl 4: p. 95-105.
  20. Wang, Z., et al., Sugars, sucrose and colorectal cancer risk: the Fukuoka colorectal cancer study. Scand J Gastroenterol, 2014. 49(5): p. 581-8.

 

 

 

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published.

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">HTML</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>